จองตั๋วเครื่องบินและโรงแนมออนไลน์ง่ายๆ ใครๆก็จองได้
ร่วมงานกับ BKKFLY.com
  เอเชีย (Asia)
เที่ยวญี่ปุ่น
เที่ยวฮ่องกง
เที่ยวเกาหลี
เที่ยวสิงคโปร์
เที่ยวจีน
เที่ยวฟิลิปปินส์
เที่ยวอินโดนีเซีย
เที่ยวพม่า
เที่ยวเวียดนาม
เที่ยวลาว
เที่ยวอินเดีย
เที่ยวไต้หวัน
เที่ยวภูฎาน
เที่ยวศรีลังกา
เที่ยวเนปาล
เที่ยวมาเลเซีย
เที่ยวบรูไน
เที่ยวมัลดีฟ
เที่ยวอุซเบกิสถาน
   

  ยุโรป (Europe)
เที่ยวอังกฤษ
เที่ยวสเปน
เที่ยวเยอรมัน
เที่ยวเนเธอร์แลนด์ /ฮอลแลนด์
เที่ยวฝรั่งเศส
เที่ยวอิตาลี
เที่ยวกรีซ
เที่ยวรัสเซีย
เที่ยวสวิสเซอร์แลนด์
เที่ยวนอร์เวย์
เที่ยวฟินแลนด์
เที่ยวสวีเดน
เที่ยวโปแลนด์
เที่ยวตุรกี
เที่ยวจอร์แดน

  อเมริกาเหนือ (North America)

เที่ยวอเมริกา

เที่ยวแคนาดา

  อเมริกาใต้ (South America)
เที่ยวบราซิล
เที่ยวเม็กซิโก

  แอฟริกา (Africa)
เที่ยวแอฟริกาใต้

  ตะวันออกกลาง (Middle East)
เที่ยวอาหรับ เอมิเรตส์
เที่ยวบาห์เรน

  โอเชียเนีย (Ocenia)
เที่ยวออสเตรเลีย
เที่ยวนิวซีแลนด์






 
ประเทศญี่ปุ่น
 

สถานที่ท่องเที่ยวลาว – ที่เที่ยวประเทศลาว

 
           
 
เวียงจันทน์ เวียงจันทน์เริ่มเป็นเมืองหลวงแทนหลวงพระบางตั้งแต่ พ.ศ. 2078 ในสมัยพระเจ้าโพธิสารราช จน พ.ศ. 2103
   
รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวในลาวใต้ไว้มากมาย อาทิเช่น เมืองปากเซ, จำปาศักดิ์, วัดทุ่ง, ประสาทวัดหิน ฯลฯ
   
รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวในลาวเหนือไว้มากมาย อาทิเช่น หลวงพระบาง, วัดเชียงทอง, วัดแสนสุขาราม ฯลฯ
 
 
   

 

       
           
 
หลวงพระบางเป็นเมืองเก่าแก่ของอาณาจักรล้านช้าง ตั้งแต่สมัยสถาปนาอาณาจักร ซึ่งแต่เดิมมีชื่อว่าเมืองซวา
   
ประเทศลาว หรือเรียกว่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
   
รวบรวมข้อมูลเกร็ดความรู้ต่างๆ ในประเทศลาว อาทิเช่น อาหารการกิน, เงินตรา, ภาษา, การสื่อสาร ฯลฯ
 
                 
 

สถานที่ท่องเที่ยวลาวเหนือ

หลวงพระบาง (ลาว: ເມືອງຫຼວງພະບາງ, ເມືອງຫລວງພະບາງ; สามารถเขียนได้ทั้งสองแบบ) เป็นเมืองเอกของแขวงหลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อยู่ทางภาคเหนือของประเทศ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงและแม่น้ำคาน ซึ่งไหลมาบรรจบกัน เป็นเมืองที่องค์การยูเนสโกได้ยกย่องให้เป็นมรดกโลกด้วย หลวงพระบางเป็นเมืองเก่าแก่ของอาณาจักรล้านช้าง ตั้งแต่สมัยสถาปนาอาณาจักร ซึ่งแต่เดิมมีชื่อว่าเมืองซวา (ออกเสียงว่า ซัว) และเมื่อ พ.ศ. 1300 ขุนลอ ซึ่งถือเป็นปฐมกษัตริย์ลาวได้ทรงตั้งเมืองซวาเป็นราชธานีของอาณาจักรล้านช้างและได้เปลี่ยนชื่อเมืองใหม่ว่าเชียงทอง ในขณะที่มรดกโลกแห่งอื่นอาจได้ขึ้นทะเบียนอย่างจำเพาะเจาะจงในโบราณสถาน ธรรมชาติ แต่หลวงพระบางทั้งเมืองได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกของมวลมนุษยชาติ เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2538 และยังได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองที่ได้รับการปกปักษ์รักษาที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

วัดเชียงทอง ตั้งอยู่บนถนนโพธิสารราช ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงพอดี วัดเชียงทองเป็นวัดที่สำคัญและสวยงาม ได้รับการมาเยี่ยมชมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกมากที่สุดก็ว่าได้ นักโบราณคดียกย่องว่าวัดเชียงทอง เป็นดั่งอัญมณีแห่งสถาปัตยกรรมลาว วัดเชียงทองสร้างขึ้นก่อนที่พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชจะย้ายเมืองหลวงไปยังนครเวียงจันทร์ไม่ นานนัก และยังได้รับการอุปถัมภ์จากเจ้ามหาชีวิตสว่างวงค์ และเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา กษัตริย์สองพระองค์สุดท้ายของลาว รูปแบบสถาปัตยกรรมทางศาสนา จะเป็นแบบหลวงพระบางแท้ คือมีหลังคาแอ่นโค้ง และลาดลงต่ำมากจนมองดูแล้วค่อนข้างเตี้ย พระโพธิสารราชเจ้า ทรงสร้างวัดเชียงทองขึ้นในปี ค.ศ. 1560 และมีฐานะเป็นวัดหลวงในพระราชูปถัมภ์เรื่อยมาจนถึงปี 1975 ติดกับพระอุโบสถมีวิหารเล็กๆหลังหนึ่งเรียกกันว่า "วิหารแดง" ภายในประดิษฐฐานพระพุทธรูปไสยาสน์ที่งามแปลกตากว่าที่อื่นใดด้วยสัดส่วน จีวรที่จีบเป็นริ้วโค้งออกมาทางด้านนอกตรงเหนือช้อพระบาท และ พระหัตถ์ซึ่งรองรับพระเศียรไว้อย่างสง่างาม และอ่อนช้อยพระพุทธรูปองค์นี้เคยถูกนำไปจัดแสดงอยู่ที่กรุงปารีสในปี ค.ศ. 1931 และ ไปประดิษฐานอยู่เวียงจันทร์หลายสิบปีก่อนกลับคืนสู่หลวงพระบางในปี ค.ศ.1964

วัดแสนสุขาราม จุดเด่นของวัดแสนสุขารามคือ พระพุทธรูปยืนองค์ใหญ่ ที่มีอยู่เพียงองค์เดียวในหลวงพระบาง มีพระหัตถ์ที่งดงามผ่องแผ้ว และหอรอยพระพุทธบาทจำลองด้านข้างหอพระยืน ส่วนพระอุโบสถลงรักปิดทองอย่างสวยงาม จัดเป็นศิลปะแบบหลวงพระบางตอนกลาง สังเกตได้จากเสาทรงแปดเหลี่ยม และยอดเสารูปกลีบบัว ส่วนผนังภายในพระอุโบสถตกแต่งด้วยการเขียนภาพสีทองลงบนพื้นแดง โดยตรงกลางเป็นที่ประดิษฐานพระประธานหรือพระองค์หลวง เป็นวัดเก่าแก่ที่ถูกสร้าง ภายหลังหลวงพระบางแยกออกจากนครเวียงจันทร์เมื่อ 11 ปีที่แล้วเป็นอีกอาณาจักรหนึ่งก่อนหน้านั้นบริเวณที่สร้างวัดแสนสุขารามมีวัดเก่าอยู่ก่อนหน้านั้นสร้างขึ้นเมื่อคริสศตวรรษที่ 15

วัดใหม่สุวรรณภูมาราม ชาวหลวงพระบาง เรียกสั้นๆว่า วัดใหม่ ซึ่งมีอายุในต้นศตวรรษ ที่ 19 และ เคยเป็นที่ประทับของ สมเด็จพระสังฆราชลาว มาก่อน อุโบสถของวัดนี้สร้างด้วยเครื่องไม้มีหลังคาซ้อนกัน ห้าชั้นตามแบบหลวงพระบาง กำแพงพระระเบียงด้านหน้า ทำเป็นลายรดน้ำปิดทองเล่าเรื่องรามายณะและพระเวสสันดรชาดก พระบางเคยประดิษฐานอยู่ที่วัดนี้ในครึ่งแรกของศตวรรษที่ 20 และ ในวันปีใหม่จะมีการแห่แหน พระบางออกมา ให้ประชาชนได้สักการะบูชากันที่นี่ ปัจจุบันวัดใหม่ใช้เป็นโรงเรียนปริยัติธรรม ซึ่งตั้งอยู่ทางขึ้นภูษีทางบันไดด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ อยู่ใกล้กับที่ตั้งของ พระราชวัง มีถนนศรีสว่างวงค์สายเล็กๆคั่นเอาไว้นักท่องเที่ยวจึงสามารถเดินเที่ยวชมพระราชวัง ค่าเข้าชมที่นี่คนละ 10,000 กีบ ภายในจัดแสดงประวัติศาสตร์ อันเก่าแก่ของเมืองหลวงพระบาง พระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี 1904 เพื่อเป็นที่ประทับของพระเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงค์ ลักษณะ เป็นศิลปะแบบลาวผสมฝรั่งเศส มีแผนผังเป็นรูปกากบาท และ สร้างฐานซ้อนกันหลายชั้น ห้องโถงด้านหน้าเป็นที่ประดิษฐาน พระบางซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของลาว องค์พระสูง 83 เซนติเมตร พระหัตถ์แสดงปางอภัยมุทรา หล่อขึ้นด้วยทองคำบริสุทธิ์เกือบทั้งองค์ รวมน้ำหนักทั้งสิ้นราว 43 ถึง 54 กิโลกรัม คามตำนานเล่าว่า พระพุทธรูปองค์นี้สร้างขึ้นที่เกาะสิงหลเมื่อราวศตวรรษ ที่ 1 เจ้าฟ้างุ้ม ทรงได้รับพระราชทานจากกษัตริย์เขมรมาอีกต่อหนึ่ง แต่ก็ต้องตกไปอยู่ในเมืองสยามถึงสองครั้ง ปี 1779 และ 1827 จน ปี 1867 พระบาทสมเด็จพระจอเกล้าฯจึงทรงโปรดเกล้าฯพระราชทานกลับคืนไปให้ภายในห้องยังมีฉากลับแลผ้าไหมปักลวดลาย ด้วยฝีมือ ประณีตและงาช้างแกะสลักอีกไม่น้อยที่เหลือเป็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์ ภาพบุดคลบรรณาการจากต่างชาติ และ งานศิลปะมากมายและงานประดับกระเบื้องอยู่รอบๆตัวอาคาร และ ยังมีโรงละครภายในราชวัง ตรงข้ามหอพระบางซึ่งเย็นวันนี้จะมีการแสดง พระลักษณ์ พระราม ในเวลา 18.00 น. เป็นการแสดงของนักเรียน ซึ่งเพิ่งเริ่มเปิดการแสดงไม่นานนี้เองซึ่งใช้เวลาที่นี่ ต้องก่อน 11.00 น. เพราะพระราชววังจากปิดรับประทานอาหาร เที่ยง และ นอนพัก ซึ่งที่นี่จะเปิดอีกที ก็ประมาณ 13.00 น.

วัดวิชุนราช ซึ่งตั้งอยู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองหลวงพระบาง ถนนวิชุนราช ค่าเข้าชมคนละ 5,000 กีบ ในบรรดาวัดทั้งหมดของเมืองหลวงพระบางเป็นต้องยกให ้วัดวิชุนราช" ในความแปลกที่พระธาตุเจดีย์ รูปโค้งมนเหมือนผลแตงโม และ เจดีย์รูปทรงแปลกตานี้เอง ที่กระทรวงแถลงข่าว และวัฒนธรรมของลาวยกให้มีความสำคัญ ความโดดเด่น ของวัดวิชุนราช แม้เพียงนั่งรถผ่านไปถนนวิชุนราชก็จะแลเห็นเจดีย์รูปแตงโมผ่าครึ่งนี้สะดุดตา และภายในพระอุโบสถของวัดวิชุนราช ด้านหลังของพระประธานมีโบราณวัตถุที่เก็บรวบรวมมาจากวัดร้างต่างๆ ในหลวงพระบาง เช่น พระพุทธรูปสำริด ไม้จำหลัดลวดลายต่างๆ พระพุทธรูปไม้แกะสลักลงรัก ปิดทองเท่าคนจริงจำนวนมาก พระธาตุจอมษีบนยอดเขาสูงสุดของภูษี สถานที่ท่องเที่ยที่นิยมมากที่สุดที่ไม่ควรพลาด เป็นสเมือน "ถ้ามาถึงหลวงพระบาง ไม่ได้ขึ้นยอดเขาภูษีถือว่าไม่ถึงหลวงพระบาง หรือ เที่ยวเชียงใหม่ แล้วไม่ขึ้นไหว้พระธาตุดอยสุเทพ ก็มาไม่ถึงเชียงใหม่เช่นเดียวกัน" ยอดเขาภูษี เพื่อจะชมความงามของพระอาทิตย์ตกดิน ยอดเขาภูษี เป็นยอดเขาที่มีความสูงราว 150 เมตร ตั้งอยู่ใจกลางเมือง หลวงพระบาง การได้เดินขึ้นไปบนยอดเขาภูษี 328 ขั้น ทำให้เห็นเมืองหลวงพระบาง และ เห็นสายลำแม่น้ำโขงและ แม่น้ำคานอย่างชัดเจน และ ใกล้นี้เองก็ชมพระธาตุจอมสี ตั้งอยู่บนยอดสูงของภูษี พระธาตุสามารถมองเห็นได้แต่ไกลรอบๆเมือง หลวงพระบาง ตัวพระธาตุเป็นทรงดอกบัวสี่เหลี่ยมทาสีทอง ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมยอดประดับด้วยเศวตฉัตรทองสำริด 7 ชั้น สูงประมาณ 21 เมตร ช่วงที่งดงามมากที่สุด คือช่วงบ่าย แสงแดดจะสาดส่องมายังที่พระธาตุให้เห็นเป็นสีทองเหลืองอร่ามตา มีทางเดินรอบๆพระธาตุนักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกดินกันที่นี่ สเมือนที่นี่เป็นจุดนัดพบของเหล่านักท่องเที่ยวนานาชาติ ที่กระหายหาความงดงามของพระอาทิตย์ยามอัสดงอย่างแน่นหนาทีเดียว

ตลาดม้ง เป็นตลาดของชาวม้งที่อาศัยอยู่บริเวณรอบหลวงพระบาง เป็นชนกลุ่มน้อย กลุ่มหนึ่งที่มีความสำคัญ และ มีบทบาทในประเทศลาวมาก ตลาดม้งเป็นตลาดที่ เป็นสินค้าจากชาวเขาเผ่าม้งของลาว เช่น ผ้าทอปักลวดลายต่างๆ เช่น ปลอกหมอน กระเป๋า ผ้าห่ม เสื้อผ้า และ เครื่องเงิน ที่มีราคาถูกและ ย่อมเยา "ถ้ำติ่ง" ซึ่งเป็นสถานที่นักท่อง เที่ยวนิยมจะมาแวะเยี่ยมชม ค่าเข้าชมถ้ำ ก็คนละ 8000 กีบ หรือ 20 บาท ก็ได้ ถ้ำติ่งประกอบด้วย 2 ถ้ำแยกด้านขวาไปถ้ำติ่งลุ่ม (ล่าง) แยกซ้ายไปถ้ำติ่งเทิง (บน) ถ้ำติ่งลุ่ม หรือ ถ้ำติ่งล่างนั้น สูง 60 เมตรจากพื้นน้ำมีลักษณะเป็นโพรงถ้ำตื้นเล็กๆมีหินงอกหินย้อย แต่ไม่ค่อยสวยเท่าไรนัก เป็นถ้ำที่มีพระพุทธรูปจำนวนมากมายหลายขนาด ส่วนมากเป็นพระยืนซะส่วนใหญ่ เจ้าหน้าที่ได้เล่าให้เราฟังว่า "สมัยโบราณเป็นที่สักการะบวงสรวงวิญญาณ ผีฟ้า ผี แถน และ เทวดาผาติ่ง ถ้ำติ่งแสดงถึงยุคแห่งการปฏิวัติทางความเชื่อของชาวลาวในอดีตที่เคยนับถือผีพระเจ้าโพธิสารราชทรงเลื่อมใสพุทธศาสนา เป็นผู้นำพุทธศาสนาเข้ามา และ ทรงใช้ถ้ำติ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธ์ทางพุทธศาสนา มีการค้นพบพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นในคริสตวรรษที่ 18-19 กว่า 2500 องค์ ส่วนใหญ่ทำจากไม้ เมื่อตอนค้นพบใหม่ๆมีพระพุทธรูปจำนวนหนึ่งที่ทำด้วยเงิน และ ทองคำ แต่ถูกลอกออกไปหมด" ส่วนถ้ำติ่งบนนั้นต้องเดินขึ้นไปบนเขาขึ้นบันไดประมาณ 200 ขั้น สองข้างทางร่มรื่นไปด้วยเงาไม้ มีห้องสุขาให้ไว้ คอยบริการสำหรับนักท่องเที่ยว สะดวกสบายมาก ถ้ำติ่งบนเป็นถ้ำไม่ค่อยลึกเท่าไร มีพระพุทธรูปอยู่มนถ้ำแต่ไม่มากเท่ากับถ้ำติ่งล่าง

นครเวียงจันทร์ พระธาตุหลวงสัญลักษณ์ของประเทศลาว เป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หรือ เรียกว่า สปป. ลาว ตั้งอยูบริเวณริมแม่น้ำโขงด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามของอำเภอ ศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคายของไทย ลักษณะเมืองหลวงเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว เวียงจันทน์ยังรักษาจิตวิญญาณ ของเมืองโบราณอยู่ตามวิถีของมันแบบค่อยเป็นค่อยไป ช่วงหลายศตวรรษที่ผ่านมาเวียงจันทน์มักต้องรับศึกต้อง ตกเป็น เมืองขึ้นของต่างชาติตลอดเวลา ไม่ว่าเป็นไทย เวียดนาม พม่า เขมร รวมทั้งฝรั่งเศส และ อเมริกา แต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ ด้านความศรัทธาของพุทธศาสนาซึ่งอยู่ในหัวใจของชนชาวลาว ขนบะรรมเนียมประเพณีที่ดีงามผสมผสานอย่างเรียบง่าย เวียงจันทน์ เป็นแหล่ง จำหน่ายสินค้า ด้านหัตถกรรม ผ้าฝ้ายทอมือ รวมทั้งเครื่องเงินที่มีราคาถูก นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว สามารถท่องเที่ยว แบบ ไปเช้า- เย็นกลับ หรือแบบ ค้างแรม 1-2 คืน โดยไม่ต้องใช้หนังสือเดินทาง เพียงแต่ทำใบผ่านแดนเท่านั้น

หอพระแก้ว หอพระแก้ว อยู่บนถนนเชษฐาธิราช ติดกับทำเนียบประธานประเทศ เดิมเป็นวัดหลวงประจำราชวงค์ลาว พระเชษฐาธิราช มีประประสงค์ให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2108 เพื่อใช้เป็นสถานที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตที่ได้อัญเชิญมาจากล้านนา และเมื่อครองบัลลังก์ล้านช้างหลังจากพระโพธิสารสิ้นพระชนม์ลงในศึกสงครามกับสยามประเทศ เมื่อปี พ.ศ.2322 นครเวียงจันทน์ถูกกองทัพสยามตีแตกพ่าย กองทัพสยามได้เอาพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ของนครเวียงจันทน์ไปพร้อมกับกวาดต้อนพระราชวงค์ลาวไปยังกรุงเทพ แม้กองทัพสยามจะทำการบูรณะเท่าไร วัดนี้ก็ต้องถูกกองทัพสยามเหยียบย่ำทำลายลงอีก สำหรับหอพระแก้วปัจจุบันที่เห็นบูรณะใหม่ขึ้นมาทั้งหมดโดยการควบคุมดูแลการก่อสร้างของเจ้าสุวรรณภูมา ซึ่งจบการศึกษาด้านวิศกรรมจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ต่อมาเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศลาวหลังจากที่ประเทศลาวได้รับเอกราช

วัดสีสะเกด ตั้งอยู่บนถนนเชษฐาธิราช ตรงข้ามกับหอพระแก้ว เจ้าอนุวงค์ทรงให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2361 เนื่องจากในสมัยนั้น ลาวตกเป็นเมืองขึ้นของกองทัพสยาม เจ้าอนุวงค์จึงออกแบบวัดตามอย่างศิลปะไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น จึงเป็นสาเหตุที่กองทัพสยามไม่ทำลายวัดแห่งนี้ หลังบุกเข้าสู่นครเวียงจันทน์ในปี พ.ศ. 2371 วัดสีสะเกดจึงอาจนับว่า เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองเพราะวัดอื่นๆที่เหลืออยู่ ผนังด้านในของระเบียงที่รอบอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปเงิน และ ดินเผา มากกว่า 2,000 องค์ ส่วนใหญ่ เป็นพระที่สร้างที่เวียงจันทน์ในช่วงศตวรรษที่ 16 ถึง 19 ปัจจุบันวัดสีสะเกดเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราช ของลาว

ประตูชัย ตั้งอยู่ทาง ทิศตะวันออกเฉียงเหนือของนครเวียงจันทน์ สร้างเสร็จในปี พ.ศ.2512 เป็นอนุสรณ์สถานเพื่อระลึก ถึงประชาชนชาวลาว ผู้เสียสละชีวิตในสงครามก่อนหน้าการปฎิวัติของพรรคคอมมิวนิตย์ ประตูชัยแห่งนี้มีชื่อเรียกว่า รันเวย์แนวตั้ง เพราะการก่อสร้างประตูชัยแห่งนี้ใช้ปูนซิเมนต์ที่อเมริกาซื้อมาเพื่อนำมาสร้างสนามบินใหม่ใน นครเวียงจันทน์ในระหว่างสงครามอินโดจีน แต่ไม่ทันสร้างเพราะอเมริกาพ่ายเวียดนามเสียก่อน จึงนำปูนเหล่านั้นมากสร้างประตูชัยแทน ตามลักษณะประตูชัยที่กรุงปารีส ประเทศ ฝรั่งเศส แต่ลักษณะสถาปัตยกรรม ก็ยังคงเป็นลักษณะของลาว วังเวียง หรือ กุ้ยหลิน แห่งเมืองลาว เป็นเมืองเล็กๆที่เงียบสงบอยู่ทางตอนเหนือของนครเวียงจันทน์ ห่างจากนครเวียงจันทน์ เพียง 160 กิโลเมตร ตามถนนหมายเลข 13 วังเวียง สวรรค์บนดิน ที่มีความสวยงามแบบอมตะ และมนต์เสน่ห์ที่ยากจะหาชมได้ในปัจจุบัน ด้วยความเงียบสงบ และ บรรยากาศ แบบ สบายๆ ที่นักท่องเที่ยวทุกมุนโลก ต่างนิยมมาท่องเที่ยว เมืองวังเวียงแห่งนี้ หรือ เปรียบได้ว่า เป็น ถนน ข้าวสาร ของเมืองลาว อีกแห่งก็ว่าซึ่งเป็นสถานที่ชุมนุม หรือ นัดหมาย ของนักท่องเที่ยว แบบ Backpacker จากทั่วทุกมุนโลกที่ต้องการท่องเที่ยวแบบผจญภัย และแบบพักผ่อน แบบไม่เร่งรีบ และที่สำคัญเมืองวังเวียงแห่งนี้ สถานที่พัก และ อาหาร ราคาถูกย่อมเยาว์ ไม่แพงอย่างที่คิด จึงไม่แปลกใจเลยว่า ที่วังเวียงเป็นแหล่งรวมนักท่องเที่ยว แบบ Backpacker วังเวียงเป็นแหล่งที่ เทือกเขาหินปูน และ เต็มไปด้วยถ้ำที่สวยงามอยู่มากมายที่จะรอนักท่องเที่ยวมายลโฉม
แขวงเชียงขวาง เป็นแขวงหนึ่งที่ถูกทำลายจากพวกจักรพรรดิ์ต่างชาติจนเหลือแต่ซากหักพีงแขวงขวางตั้งอยู่ภาคกลางของ สปป.ลาว เป็นเขตภูเพียง มีเนื้อที่ทั้งหมด 17,315 ตารางกิโลเมตรมีพลเมืองประมาณ 186,000 คน ประกอบด้วย6 ตัวเมือง คือ เมืองแปก, เมืองคำ, เมืองหนองแฮดเมืองคูน, เมืองหมอกใหม่ และเมืองพูกูดมีชายแดนติดกับแขวงหลวงพระบาง,แขวงหัวพัน,แขวงบริคำไช,แขวงเวียงจันทน์ และประเทศ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามเมืองพวน แขวงเชียงขวางเป็นเมืองหนึ่งที่เก่าแก่ที่สุดของลาว ตั้งอยู่ ภาคเหนือของ สปป.ลาว เมืองนี้มีชื่อเสียงโด่งดังทั่วโลกเนื่องจากเป็นเมืองที่มีร่องรอยประวัติศาสตร์เก่าแก่และที่สำคัญนั้นก็คือไหหินใหญ่เป็นจำนวนมากมาย กระจายอยู่เป็นกลุ่มก้อนอยู่บริเวณภูเพียงเชียงขวาง มีกษัตริย์ปกครองมาแล้ว 23 พระองค์เป็นอาณาจักรหรือแคว้นหนึ่งที่ใหญ่ในสมัยก่อน เจ้าฟ้างุ้มได้รวบรวมลาวในกลางศตวรรษที่ 14 และเป็นเมืองที่มีร่องรอยวัฒนธรรมโบราณมากมาย มีตำนานพงศาวดารสืบต่อกันมา
ทุ่งไหหิน ไหหินเมืองพวนเชียงขวาง เป็นไหหินที่ผลิตจากหินก้อนใหญ่มีจำนานมากกระจายไป ทั่วเขตภูเพียงเชียงขวางจึงได้ขนานนามว่าทุ่งไหหิน ไหหินที่ใหญ่ที่สุด สูง3.25 เมตร และปากกว้าง 3 เมตร ทุ่งไหหินห่างจากเมืองโพนสะหวันประมาณ 8 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเมืองเอกของแขวงเชียงขวางข้อพิสูจน์เกี่ยวกับไหหินอันแท้จริงของไหหินดังกล่าว ยังไม่มีใครสามารถยืนยันได้ว่าไหหินดัง กล่าวนั้นมีไว้เพื่อทำการใด เพียงแต่สันนิษฐานไว้ว่า
1. อาจจะตัดเจาะมาจากหินก้อนใหญ่จำนวนหนึ่ง ซึ่ง ทำไว้เพื่อบรรจุคนตายในสมัยก่อนๆ หลายพันปีมาแล้ว (ก่อนประวัติศาสตร์ยุคสมัยโลหะ 3,000-4,000 ปี)ตามความเชื่อถือของคนในยุคนั้นสถานที่ฝังศพคนตายต้องรักษาไว้ในที่สูง เพื่อหลีกเว้นการเซาะพังทลายจากน้ำต่างๆ ฉะนั้นจึงเห็นไหหินอยู่ในสถานที่เป็นเนินสูง
2. อาจจะเป็นไหเหล้าของนักรบโบราณ คือตามตำนานกล่าวไว้ว่าระหว่างศตวรรษที่ 8 นักรบผู้กล้าหายของลาวผู้หนึ่ง ชื่อว่าท้าวเจือง ได้ยกกำลังพลไปทำสงครามแล้วก็ได้รับชัยชนะอยู่ที่เชียงขวาง หลังจากได้รับชัยชนะแล้ว ก็ได้ทำการฉลองชัยอยู่ที่นั่นเป็นเวลา 7 เดือน
ไหที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้เป็นไหเหล้าสำหรับเลี้ยงไพล่พลในการฉลองชัยชนะของท้าวขุนเจืองในคราวนั้น ดังนั้น คนลาวทั่วไปจึงมักเรียกว่าไหเหล้าเจือง

เมืองคูณ (เมืองพวน) เมืองคูณมีชื่อเดิมว่า เมืองพวน ตั้งอยู่ห่างจากเมืองโพนสะหวันประมาณ 35 กิโลเมตร ก่อน สงครามต้านจักรพรรดิ์ต่างชาติ เมืองพวนก็เคยเป็นเมืองประวัติศาสตร์ของแขวงเชียงขวาง และมีสถานที่โบราณมากมายหลายแห่ง เช่น วัดรีพรม, วัดเพียวัด, วัดธาตุจอมเพ็ชร, วัดธาตุฝุ่น.. ฯลฯ ซึ่งแต่ละวัดดังกล่าวนั้นตามกาลเล่าของคนเฒ่าคนแก่ว่า เป็นวัดที่สร้างขึ้นก่อนสมัยเจ้าฟ้างุ้ม ประมาณ 200 กว่าปี ตามการเล่านิทานของผู้เฒ่าผู้แก่บอกว่า เมื่อก่อนมีการแข่งขันกันระหว่างผู้หญิง และผู้ชาย เพื่อสร้างวัด ว่าใครจะมีความสามารถสร้างได้เสร็จเร็วกว่ากัน ซึ่งฝ่ายหญิงได้สร้าง วัดเพียวัด และธาตุวัดจอมเพ็ชร ส่วนฝ่ายชายสร้างวัดสีพรม ผลสุดท้ายฝ่ายหญิงสามารถสร้าง สำเร็จก่อนฝ่ายชาย เรื่องจากฝ่ายชายพูกล้างความลับจากฝ่ายหญิงสำหรับธาตุฝุ่นที่สร้างไว้บนจอมภูนั้น สร้างไว้เพื่อบรรจุเถ้าอังคารของพระพุทธเจ้า และมีสิ่งของที่สำคัญหลายอย่างบรรจุอยู่ใน ธาตุดังกว่าง ภายหลังถูกสงครามทำลายหักพังไป ก็มีคนไปลักลอบขุดค้นเอาสิ่งของสำคัญไปจนหมด ซึ่งในปัจจุบันยังคงเหลือไว้เพียงซากหักพังเท่านั้น ภายหลังสงครามปี 1968 สถานโบราณดังกล่าว ตลอดจนบ้านเรือนของประชาชนทั้งหมด ก็ได้ถูกทำลายลงอย่างน่าเสียดาย เหลือไว้แต่ ซากหักพัง เพื่อเป็นสิ่งแสดงให้เห็นความโหดร้ายของสงครามปัจจุบันนี้ ได้มีการบูรณะก่อสร้างซ่อมแซมขึ้นใหม่
บ้านท่าโจกบ้านท่าโจกนี้ เป็นบ้านที่มีพลเมืองหลายชนเผ่าอาศัยอยู่ แต่ส่วนใหญ่เป็นเผ่าลาวสูง (ม้ง) ตั้งอยู่ห่างจากเมืองโพนสะหวันประมาณ 30 กิโลเมตร ตามเส้นทางเลขที่ 7 การทำมาหากินเป็นการทำไร่และล่าเนื้อ มีพลเมืองอาศัยอยู่ 258 ครอบครัว
บ่อน้ำร้อนเมืองคำบ่อน้ำร้อนเมืองคำนี้ ห่างจากเมืองโพนสะหวันไปทางทิศเหนือประมาณ 52 กิโลเมตร เมืองคำ นี้เป็นเมืองเก่าแก่ของแขวงเชียงขวาง อยู่เมืองคำมีบ่อน้ำร้อน 60 องศา ตั้งอยู่ห่างจากทางใหญ่ประมาณ 300 เมตร

พระธาตุพูสี
• พูสี เป็นยอดเขาที่มีความสูงราว 150 เมตร ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวงพระบาง การได้เดินขึ้นไปบนยอดภูษีทำให้เห็นเมืองหลวงพระบางได้โดยรอบ และเห็นสายน้ำโขง มีบันไดขึ้นทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือตรงข้ามพระราชวัง 328 ขั้น ตลอดทางขึ้นร่มรื่นไปด้วยต้นจำปา (ดอกไม้ประจำชาติลาว) หรือที่บ้านเราเรียกว่าต้นลั่นทม
• พูสี มีความหมายว่า ภูเขาของพระฤาษี เดิมชื่อว่า ภูสรวง ครั้นเมื่อมีฤาษีไปอาศัยอยู่ชาวบ้านจึงเรียกว่าภูฤาษี หรือภูษีมาจนถึงปัจจุบัน แต่ยังมีนักโบราณคดีบางคนเชื่อว่าภูษี อาจหมายถึง พูสีซึ่งเป็นศรีของเมืองหลวงพระบาง
• พระธาตุพูสี สร้าง ขึ้นในสมัยพระเจ้าอนุรุท ประมาณพุทธศักราช 2337 พระธาตุนี้ตั้งอยู่บนยอดสูงสุดของพูสี บนความสูง 150 เมตรพระธาตุนี้มองเห็นได้แต่ไกลแทบจะทุกมุมเมืองของหลวงพระบาง ตัวพระธาตุเป็นทรงดอกบัวสี่เหลี่ยมทาสีทอง ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมยอดประดับด้วยเศวตฉัตรทองสำริดเจ็ดชั้น สูงประมาณ 21 เมตร ช่วงที่พระธาตุนี้งดงามที่สุดคือช่วงตอนบ่ายแก่ๆแสงแดดจะกระทบองค์พระธาตุ เป็นสีทองสุก รอบๆพระธาตุจะมีทางเดินให้ชมวิวทิวทัศน์ของเมืองหลวงพระบาง ด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือจะมองเห็นสนามบิน ส่วนด้านทิศตะวันตกจะมองเห็นแม่น้ำโขง ช่วงที่คดเคี้ยวเข้าหากันในกลีบเขาและจากยอดภูสียังมองเห็นพระราชวังเดิมที่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง พระธาตุจอมษีมิได้เป็นสิ่งก่อสร้างแห่งเดียวบนยอดภูษี ยังมีสิ่งก่อสร้างทางพระพุทธศาสนาอีกหลายแห่งเช่น วัดถ้ำพูสี วัดป่าแค วัดศรีพุทธบาท วัดป่ารวก

 

 

ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น 
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย   verified by VISA Mastercard SecureCode KBANK Payment Gateway กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ Partner by Emirates