จองตั๋วเครื่องบินและโรงแนมออนไลน์ง่ายๆ ใครๆก็จองได้
ร่วมงานกับ BKKFLY.com
  เอเชีย (Asia)
เที่ยวญี่ปุ่น
เที่ยวฮ่องกง
เที่ยวเกาหลี
เที่ยวสิงคโปร์
เที่ยวจีน
เที่ยวฟิลิปปินส์
เที่ยวอินโดนีเซีย
เที่ยวพม่า
เที่ยวเวียดนาม
เที่ยวลาว
เที่ยวอินเดีย
เที่ยวไต้หวัน
เที่ยวภูฎาน
เที่ยวศรีลังกา
เที่ยวเนปาล
เที่ยวมาเลเซีย
เที่ยวบรูไน
เที่ยวมัลดีฟ
เที่ยวอุซเบกิสถาน
   

  ยุโรป (Europe)
เที่ยวอังกฤษ
เที่ยวสเปน
เที่ยวเยอรมัน
เที่ยวเนเธอร์แลนด์ /ฮอลแลนด์
เที่ยวฝรั่งเศส
เที่ยวอิตาลี
เที่ยวกรีซ
เที่ยวรัสเซีย
เที่ยวสวิสเซอร์แลนด์
เที่ยวนอร์เวย์
เที่ยวฟินแลนด์
เที่ยวสวีเดน
เที่ยวโปแลนด์
เที่ยวตุรกี
เที่ยวจอร์แดน

  อเมริกาเหนือ (North America)

เที่ยวอเมริกา

เที่ยวแคนาดา

  อเมริกาใต้ (South America)
เที่ยวบราซิล
เที่ยวเม็กซิโก

  แอฟริกา (Africa)
เที่ยวแอฟริกาใต้

  ตะวันออกกลาง (Middle East)
เที่ยวอาหรับ เอมิเรตส์
เที่ยวบาห์เรน

  โอเชียเนีย (Ocenia)
เที่ยวออสเตรเลีย
เที่ยวนิวซีแลนด์






 
ประเทศเวียดนาม
ประเทศเวียดนาม
 

สถานที่ท่องเที่ยวเวียดนาม – ที่เที่ยวประเทศเวียดนาม

 
     
 
 

กรุงฮานอย
ทะเลสาบคืนดาบ (Ho Hoan Kiem) ทะเลสาบแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณใจกลางของเมืองเก่าฮานอยสำหรับนักเดินทางที่มาเยือนฮานอย

   

เมืองเก่าฮอยอัน
ย่านเก่าแก่ที่สุดของเมืองอยู่ในเขตใต้ติดกับแม่น้ำทูโบน ถนนเลเลย สายแรกของเมืองตัดตั้งฉากกับแม่น้ำ สร้างเมื่อ  400 ปีมาแล้ว

   
จัตุรัสโฮจิมินห์
มีรูปปั้นของอดีตประธานาธิบดี กับเด็กๆ ด้านหลังเป็นศาลาว่าการเมือง ซึ่งดูแปลกตาในสไตล์ฝรั่งเศส มองจากตรงนี้จะเห็นได้ถึงความจอแจของเมืองใหญ่
 
 
   

 

       
           
 
เมืองดาลัด โบสถ์คริสต์
โบสถ์สีชมพูอมส้มแห่งนี้ตั้งอยู่กลางเมืองดาลัด มองเห็นได้ชัดเจน จากทุกมุมเมือง และเป็นเสมือนสัญลักษณ์หากมองเห็นภาพ ซึ่งบันทึกทิวทัศน์ของเมืองนี้ทีเดียว
   
- ข้อมูลในประเทศเวียดนาม
   
- ประเพณีและเทศกาลประจำปี
- เงินตราและอัตราแลกเปลี่ยน
- การเดินทางในประเทศเวียดนาม
 
                 
 

สถานที่ท่องเที่ยวประเทศเวียดนาม


เมืองโฮจิมินห์

ตลาดบินถั่น
ตลาดแห่งนี้ได้รับความนิยมอย่างมากทั้งจากคนพื้นเมืองและนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพราะมีสินค้าจำหน่ายค่อนข้างหลากหลาย ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋าเดินทาง เป้ นาฬิกา ของที่ระลึก อาหาร เครื่องเทศ ไปจนถึงอาหารสด และดอกไม้ สำหรับตลาดแห่งนี้ได้รับการก่อสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2457 บนพื้นที่ราว 1 ตารางกิโลเมตร ซึ่งถือว่าเป็นตลาดใหญ่ที่สุดในเมืองโฮจิมินห์ มีหอนาฬิกาอยู่ด้านหน้าลักษณะเด่นมาก หากเดินรอบๆ ตลาดก็จะได้เห็นภาพต่างกัน บริเวณนี้มีร้านขายเป้อยู่หลายร้านแต่ไม่อยู่ในตลาด ซึ่งนักเดินทางอาจหาติดไม้ติดมือมาด้วยก็ยิ่งดี เพราะราคาไม่แพงมากนัก

โบสถ์นอร์ทเธอดาม
สำหรับโบสถ์แห่งนี้ได้รับการยกย่องว่ามีความงดงามที่สุดแห่งหนึ่งในเวียดนาม โดยในแต่ละวันมีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากมาย ลักษณะของตัวโบสถ์เป็นรูปแบบ ของสมัยอาณานิคม มีหอคอยคู่สี่เหลี่ยมอยู่ด้านหน้าสูง 40 เมตร เป็นเอกลักษณ์ที่แสนสง่างามของโบสถ์แห่งนี้ ด้านหน้าโบสถ์มีรูปปั้นขนาดใหญ่สีขาวเด่นเป็นสง่าของพระแม่มารี สำหรับโบสถ์นอร์ทเธอดาม ได้รับการก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ.2420 และมาสำเร็จในอีก 6 ปีต่อมา สังเกตได้ว่าที่นี้ไม่มีการประดับกระจก เหมือนเช่นที่อื่นก็เพราะได้รับความเสียหายจากสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 นักท่องเที่ยวนิยมมาเยือนที่นี่มาก เพราะเป็นเสมือนสัญลักษณ์ร่วม อันหมายถึงการเข้ามาของตะวันตก และสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองโฮจิมินห์

ไปรษณีย์กลางโฮจิมินห์
สำหรับไปรษณีย์กลางแห่งนี้ได้รับการออกแบบ และก่อสร้างในสไตล์ฝรั่งเศส และได้รับการออกแบบตกแต่งอย่างงดงามด้วยกระจกสี ได้รับการก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2439 และสำเร็จในปี พ.ศ. 2444 ซึ่งที่นี่ยังเป็นไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนามอีกด้วย มีความโอ่โถงและอ่อนช้อยทว่ามั่นคง จนทำให้นักออกแบบมากมาย ต้องมาศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับการออกแบบตกแต่งอาคารหลังนี้ เมื่อขายไปภายในอาคารไปรษณีย์ จะพบกับความโอ่โถงของตึก ภายใต้การออกแบบก่อสร้างในสไตล์ยุโรป ที่เน้นความอลังการและหรูหราภายใต้หลังคาโค้ง มีการประดับภาพแผนที่ทางทะเลโบราณ และที่ขาดไม่ได้คือภาพของอดีตผู้นำประเทศโฮจิมินห์ โดยภายในมีบริการหลายด้านทั้งส่งจดหมาย แสตมป์เพื่อการสะสมโปสการ์ด โทรศัพท์ระหว่างประเทศในอัตราค่าบริการมาตรฐานนักท่องเที่ยว ที่มาเยือนเมืองนี้ต่างเข้าไปสัมผัสบรรยากาศภายในไปรษณีย์ เพื่อเก็บความประทับใจของอาคารสไตล์ยุโรปแห่งนี้

จัตุรัสโฮจิมินห์
มีรูปปั้นของอดีตประธานาธิบดี กับเด็กๆ ด้านหลังเป็นศาลาว่าการเมือง ซึ่งดูแปลกตาในสไตล์ฝรั่งเศส มองจากตรงนี้จะเห็นได้ถึงความจอแจของเมืองใหญ่ เพราะที่นี่นอกจากจะเป็นศูนย์กลางของเมืองแล้ว ยังเป็นศูนย์กลางทางการค้าอีกด้วย

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งชาติ
สำหรับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ชาวเวียดนามออกเสียงเรียกว่าเวียนบ่าวตางหลิกสือ ตั้งอยู่ภายในสวนพฤกษศาสตร์ใกล้กับประตูทางเข้า สร้างโดยฝรั่งเศสเมื่อปี พ.ศ. 2570 เป็นตึกทรงยุโรปที่งดงามอีกแห่ง ที่นี่มีโบราณวัตถุที่แสดง ถึงวิวัฒนาการของวัฒนธรรมต่างๆ ในเวียดนามตั้งแต่อารยธรรมยุคสำริดดงเซิน ไปจนถึงอารยธรรมฟูนัน จาม และเขมร ในบรรดาสิ่งที่จัดแสดงไว้มีโบราณวัตถุยุคหิน สำริด ศิลาจารึก กลองมโหระทึก เครื่องปั้นดินเผางานศิลปะของชาวจาม และเครื่องแต่งกายพื้นเมืองของชนกลุ่มน้อยเผ่าต่างๆ บนชั้นสามทางด้านหลังของอาคารมีห้องสมุดวิจัยที่เก็บรวบรวมหนังสือ จากยุคฝรั่งเศสที่น่าสนใจไว้เป็นจำนวนมาก

ทำเนียบของอดีตประธานาธิบดีเวียดนามใต้
ทำเนียบของอดีตประธานาธิบดีเวียดนามใต้ ซึ่งปัจจุบันเรียกกันว่าทองยัด และเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์อีกด้วยอาคารทันสมัยหลังใหญ่นี้ รายรอบด้วยสวนขนาดใหญ่ตั้งอยู่บริเวณที่เคยเป็นทำเนียบของผู้ว่าการชาวฝรั่งเศสที่เรียกว่า ทำเนียบโนโรดซึ่งมีอายุย้อนหลังไปถึงปี พ.ศ. 2411 หลังจากที่ข้อตกลงเจนีวานำจุดจบ มาสู่การยึดครองของฝรั่งเศส โงดิงห์เยียม ประธานาธิบดีของเวียดนามใต้ ได้พำนักอยู่ในทำเนียบแห่งนี้ ใน พ.ศ.2506 ทำเนียบนี้ถูกทิ้งระเบิด โดยนายทหารอากาศเวียดนามใต้ และได้มีการสร้างอาคารใหม่ที่รู้จักกันในชื่อ ทำเนียบอิสระภาพขึ้นแทนที่โครงสร้างเก่า ที่ถูกทำลายอาคารในปัจจุบันออกแบบโดยโงเวียดทู สถาปนิกชาวเวียดนามผู้สำเร็จการศึกษา จากฝรั่งเศส และสร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2509 ก่อนจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2518 เมื่อกองกำลังอมมิวนิสต์ได้เลื่อนขวนรถถังเข้า ชนประตูเหล็กด้านหน้าของทำเนียบและโค่นรัฐบาลเวียดนามใต้ลง  ทุกวันนี้ทำเนียบเดิมถูกเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้เข้าชมได้ โดยทุกสิ่งทุกอย่างถูกทิ้งไว้ให้เหมือนสภาพเดิมในวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2509 โดยชั้นล่องเป็นห้องจัดเลี้ยง ห้องโถงใหญ่ซึ่งรัฐบาลเวียดนามใต้ ประกาศยอมแพ้และห้องเล็กถูกใช้สำหรับการบรรยายสรุปประจำวัน ทางทหารในระหว่างช่วงก่อนที่รัฐบาลเวียดนามใต้จะถูกโค่น ส่วนชั้นสอง เป็นห้องรับรองของประธานาธิบดีตรันวันเฮือง และห้องรับรองของประธานาธิบดีเทียว ซึ่งเพียบพร้อมไปด้วยห้องนอน ห้องรับประทานอาหาร และห้องสวดมนต์แบบคาทอลิก ชั้นสามเป็นห้องรับรองของภริยาประธานาธิบดี และชั้นสี่เป็นห้องฉายภาพยนตร์ส่วนตัว และลานจอดเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งจากที่นี่จะสามารถเห็นทิวทัศน์อันงดงามของถนนเลหย่วน ได้เป็นอย่างดี ด้านหลังทำเนียบเป็นสวนสาธารณะกงเวียดวันฮวา ซึ่งเป็นพื้นที่สีเขียร่มรื่นสบายตา ด้านหน้าถนนเลหย่วน ถูกกั้นไว้ด้วยสวนสาธารณะใหญ่แห่งหนึ่งที่ร่มครึ้มด้วยไม้ใหญ่ บริเวณด้านหนึ่งใกล้กับถนนไทวันลุง สำนักงานของโครงการอพยพอย่างมีระเบียบของอเมริกันซึ่งตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2523 เพื่อให้ความช่วยเหลือเด็กลูกครึ่งอเมริกัน-เอเชีย และผู้ลี้ภัยทางการเมืองอยู่ในบริเวณใกล้ๆ กัน

พิพิธิพันธ์โฮจิมินห์
เป็นสถานที่จัดแสดง เรื่องราวส่วนตัวของอดีตผู้นำประเทศเวียดนาม และการต่อสู้เพื่อปกป้องอธิปไตยของคนในชาติอีกด้วย มีการจัดแสดงเรื่องราวต่างๆ ไว้เป็นหมวดหมู่น่าสนใจ สำหรับอาคารพิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ มีชื่อเรียกกันอย่างเล่นๆ ว่า บ้านมังกร โดยอาคารหลังนี้เริ่มต้นก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2406 และต่อเนื่องผูกพันกับโฮจิมินห์ในวัยหนุ่มมาก จนไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศสและกลับมาอีกครั้ง ก่อนจะนำประเทศเข้าสู่การปฏิวัติและการขับไล่ชาติตะวันตก รวมถึงการรวมเวียดนามเหนือ และเวียดนามใต้ให้เป็นประเทศเวียดนาม พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ ก็เป็นเหมือนกับสถานที่ส่วนตัวทั่วไป ที่ทุกห้องทุกชั้นมีเฉพาะเรื่องราวของเจ้าบ้านเต็มไปหมด แต่ก็มีการจัดสรรไว้อย่างเรียบร้อยสะอาดตา มีการแบ่งหมวดหมู่อย่างชัดเจน ทั้งหมดมีด้วยกัน 2 ชั้น บนระเบียงชั้น 2 สามารถมองเห็นสายน้ำไซง่อน ได้เป็นอย่างดีมีเรือบรรทุกสินค้าลำใหญ่ๆ จอดอยู่มากมาย

 

 


ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย   verified by VISA Mastercard SecureCode KBANK Payment Gateway กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ Partner by Emirates